Thursday, January 22, 2015

Fundamental วันนี้ รอฟัง "ปริมาณ" QE

เย็นวันนี้ ดรากี้จะแถลงการณ์เรื่อง QE ซึ่งคาดว่ายังไงก็คงเริ่มแน่

 ทว่าเราจะไม่ขาย EUR ซี้ซั้วนะครับ เพราะ EUR ร่วงมาพักหนึ่งเพื่อรอ QE อยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราสนใจในเย็นนี้ก็คือ "ปริมาณ" เป็นที่คาดการณ์กันว่าดรากี้จะอัดฉีดเงินเข้าระบบเดือนละ 50 ล้านล้าน หากเฮียแกบ้าจี้อัดเงินน้อยกว่านั้น เผลอๆ EUR จะฟื้นตัวแทนครับ

Wednesday, January 21, 2015

Update: ขาย NZD

Update จาก entry ที่แล้ว


เป็นเทรดแรกหลังจากไม่ได้เทรดมาสักพัก คู่อื่นๆ ราคาไม่ย้อนกลับมาแนวที่อยากซื้อ/ขายเท่าไหร่

คู่นี้ผม mark 0.77 ไว้ปรากฏว่าราคาร่วงลงไปวูบหนึ่ง นึกว่าตกรถเหมือนคู่อื่นๆ เสียแล้ว แต่มันย้อนกลับมาแล้วทำท่าเหมือนจะเกิด 2 bar reversal เลยได้โอกาสเข้าขาย

ก็ขายช้าไปนิดนึง stop ไม่เล็กเท่าไหร่ ราวๆ 25 pips


พอ +7 pips ผมเลื่อน stop เป็น BE ... ปัจจุบันอยู่ที่ +55 pips หรือประมาณ 2R ถือว่าไม่เลวร้ายจนเกินไป

ผมเซต TP ที่ 0.76 ทีนี้คงปล่อยมันไว้เฉยๆ แล้วไปเข้านอนละครับ

UPDATE ก่อนปิดกราฟไปนอน มันวิ่งไปเฉี่ยว TP แค่ 1 pip เลยปิดไปแล้วครับ
Risk 25, TP  72 เกือบ 3R โอเคครับไม่เลว

ไฮไลท์วันนี้ ขาย NZD

Fundamental วันนี้ หาโอกาสขาย NZD ครับ

CPI ของนิวซีแลนด์ตกต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี... ธนาคารนิวซีแลนด์เองก็ท่าทางอยากให้ค่าเงินอ่อนตัวด้วย แถมการคาดเดาราคานมยังถูกลดลงอีกต่างหาก...

ระยะสั้นผมอยากขาย ที่ 0.77 ครับ ระยะยาวอาจจะมีการ stop hunt ขึ้นไปถึง 7.90 หรือ 8.00 แต่คงใช้เวลาหลายสัปดาห์

Tuesday, January 20, 2015

ไฮไลท์ FOREX สัปดาห์นี้ ... QE โซนยูโร

เหตุการณ์ใหญ่อาทิตย์นี้ คือ QE ของโซนยูโร วันมะรืนนี้ครับ ... มีทางเป็นไปได้ 3 ทาง

1. คือ ECB ไม่พูดถึง QE เลย ซึ่งดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้ สถาการณ์ทางการเงินของยูโรย่ำแย่ลงทุกวัน แต่ละตัวเลขที่ออกมาน่าจะบีบให้ดรากี้ต้องลงมืออะไรสักอย่างแล้ว

2. คือ เริ่ม QE จริง แต่ในปริมาณที่น้อยกว่าคาด หากเป็นเช่นนั้นจริง EUR อาจฟื้นตัวในระยะสั้น

3. คือเริ่ม QE ด้วยปริมาณเงินตามคาด แบบนี้ EUR ร่วงทันที

ไม่ว่าจะอย่างไรผมคิดว่าภายในปีนี้ EUR/USD อาจจะเหยียบ 1.10 หรือดีไม่ดี 1.05 เลยด้วยซ้ำ

ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า 3 เป็นไปได้สูงมากเพราะมันประจวบเหมาะกับการที่ SNB ยกเลิกแทรงแซงราคาเกินไป บางทีราคาอาจจะไม่ย้อนขึ้นมาเลยก็ได้ อาจจะร่วงวูบไปเลย

Monday, January 19, 2015

(ต่อ) เราจะเทรด CHF ได้ไหม?


ในเวลาที่พิมพ์บทความนี้ CHF ได้แข็งค่าขึ้นอย่างมหาศาล และกลายเป็นคำถามยอดนิยมไปว่ามันแข็งค่าเร็วเกินไปไหม จะเกิดการตีกลับไหม... เมื่อพิจารณาจาก Interest Rate ที่ติดลบอยู่ -0.75% แล้ว ถือว่าเป็นไปได้มาก เงิน CHF ในระยะยาวน่าจะค่อยๆ อ่อนตัวลงมากกว่า

 สำหรับนักวิเคราะห์พื้นฐาน ปัญหาตรงหน้าในวันนี้คือไม่มีใครรู้เลยว่า Fair Price ของ CHF อยู่ที่ไหน เพราะถูกแทรกแซงมานานเหลือเกิน การเข้าเทรดคู่นี้มีความเสี่ยงสูงมาก

ในระยะสั้น CHF กำลังผันผวนอย่างรุนแรง หากเป็นไปได้ รอให้ daily range กลับมาอยู่ในช่วง 150-200 pips ก่อนค่อยเทรดจะดีกว่า

ในระยะยาว CHF เป็นสกุลที่น่าสนใจที่สุดเลยก็ว่าได้สำหรับ Carry Trade


EUR/CHF - EUR กำลังจะถูกกดดันให้อ่อนตัวจาก QE ด้วย เงินคู่นี้ถูกแทรกแซงมานานด้วย SNB กับ ECB ก็ทำท่าไม่ถูกขี้หน้ากันในเวลานี้ด้วย... ทำให้เงินคู่นี้น่าจะเทรดยาก คาดการณ์ยากครับ

ต่างกับ USD/CHF ซึ่ง USD มีทีท่าจะขึ้น Interest สวนทางกับ CHF ที่ทำท่าจะยิ่งลด Interest ลงไปอีก เป็นไปได้ว่าเงินคู่นี้จะฟื้นตัวขึ้นไปถึง 0.9 ได้ในระยะยาว ในทำนองเดียวกัน NZD และ GBP เองก็มีแนวโน้มจะขึ้น Interest เช่นกัน ทำให้ 3 สกุลนี้โดดเด่นที่สุดสำหรับ Carry Trade


(Carry Trade คือการถือ position ไว้ หลายๆ เดือน หรือหลายปี โดยมุ่งหวังการกินดอกเบี้ยเป็นหลัก สนใจลอง Google ดูครับ)

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ ขอให้เทรดกันอย่างปลอดภัยครับ

Sunday, January 18, 2015

เมื่อธนาคารสวิสเลิกควบคุมราคา เราจะเทรด CHF อย่างไรดี

วันที่ 15 มกราคม 2015 Swiss National Bank (SNB) สร้างปรากฏการณ์ช็อคตลาดเมื่อจู่ๆ ก็หยุดควบคุมราคา EUR/CHF โดยไม่บอกกล่าว

SNB ควบคุมราคาอะไรยังไง?


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 SNB ตัดสินใจหยุด EUR/CHF ไว้ที่ 1.200 ซึ่งมีจุดประสงค์หลัก 2 อย่าง คือ

1. เมื่อเงินฟรังค์ไม่แข็งตัว จะเป็นผลดีต่อธุรกิตส่งออก
2. หยุดนักลงทุนไม่ให้ถือเงินฟรังค์

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นักลงทุนต่างก็มองหาสินทรัพย์อะไรสักอย่างถือเก็บไว้ เรียกว่า Save Haven (เหมือนเวลาบ้านเราเกิดวิกฤติที คนก็เฮกันเอาเงินไปเปลี่ยนเป็นทองมาเก็บไว้ที) การที่ SNB หยุดราคาไว้ที่ 1.200 ทำให้ไม่มีนักลงทุนคนใดสนใจจะถือ CHF ในปริมาณที่มากนัก เพราะจะกลายเป็นว่าต้องเทรดชนกับ SNB ผู้สามารถพิมพ์เงินออกมาเท่าไหร่ก็ได้เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของตน EUR/CHF ถูกตรึงไว้อย่างแน่นหนาที่ 1.200 เป็นเวลานานนับเดือน จนนักลงทุนมากมายมั่นใจและถือ long เอาไว้แทน ซึ่งไม่เพียงแต่เทรดเดอร์รายย่อยเท่านั้น แต่รวมถึง Hedge Fund รายใหญ่ด้วย

แล้วเกิดอะไรขึ้น?

 

ก่อนวันที่ 15 SNB ยังคงคุมราคาไว้เช่นเดิม.. แต่แล้วก็ประกาศยกเลิกขึ้นมาอย่างไม่มีปีไม่มีขลุ่ย กราฟ CHF ทุกคู่พุ่งกระฉูดอย่างที่แทบไม่มีเคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ FX เงิน CHF แข็งตัวขึ้น 30% ในไม่ถึง 30 นาที เร็วเสียจนโบรกเกอร์หลายรายไม่มีแม้แต่เวลาจะปิดออเดอร์ของลูกค้า และอีกหลายรายเสีย feed สัญญาณไปเลย ลูกค้าปิดออเดอร์ไม่ได้ โบรกเกอร์เองก็ทำ Margin Call ไม่ได้ ....ได้แต่มอง account ของลูกค้าติดลบตาปริบๆ

สำหรับโบรกเกอร์ที่ได้รับการตรวจสอบและควบคุมถูกต้องตามกฏหมายนั้น ตัวเลขติดลบจะตีกลับกลายเป็นหนี้ของโบรกเกอร์ทันที โบรกเกอร์มีหน้าที่ต้องชำระหนี้เหล่านั้น โบรกเกอร์มากมายไม่มีกำลังในการชำระหนี้ และต้องล้มละลายไปในพริบตา

โบรกเกอร์รายใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากมาย หายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เทรดเดอร์มากมายหมดเนื้อหมดตัวด้วย position นี้อันเดียว จุดนี้ EUR กำลังตำหนิ SNB อย่างหนักที่ใช้วิธีกำปั้นทุบดินเช่นนี้ แทนที่จะค่อยๆ ปรับอย่างละมุนละม่อม

สาเหตุนั้นเชื่อกันว่าน่าจะมาจาก QE ของ EUR ที่กำลังจะเริ่มในวันที่ 22 นี้ เงิน EUR น่าจะตกต่ำอย่างหนักจนเกินกว่าที่ SNB จะประคองไหว

แล้วควรรับมืออย่างไร?

 

อย่างแรกสุดหากใครมีเงินอยู่กับโบรกเกอร์ที่โชคร้ายล้มละลายไป ให้รีบลองถอนออกมาโดยเร็วที่สุด หากเป็นโบรกเกอร์ที่ได้มาตรฐาน เงินของเราจะแยกอยู่ในบัญชีของเราเองไม่ขึ้นตรงกับโบรกเกอร์...

น่าเสียดายครับที่ FOREX ยังไม่ได้รับการรองรับในบ้านเรา อย่างอังกฤษนั้นในสถาการณ์เช่นนี้รัฐบาลจะช่วยครอบคลุมความเสียหายให้ถึง £85,000

 อย่างไรผมต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ถูกผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ด้วยนะครับ

สถานการณ์นี้ เราสามารถเทรดมันได้ไหม?

 

เดี๋ยวผมจะพิมพ์ความเห็นของผมในโพสต์ต่อไปนะครับ

Friday, January 16, 2015

เมื่อธนาคารสวิสหยุดควบคุมราคาเงินฟรังค์

เจ๊งกันระนาวทีเดียว EUR/CHF ซึ่ง SNB (ธนาคารแห่งชาติสวิส) คุมราคาไว้ที่ 1.20 มาตลอดหลายปีนี้ หยุดประคองราคาอย่างไม่บอกกล่าว เล่นเอา hedge fund และเทรดเดอร์ผู้ long คู่นี้ไว้ขาดทุนกันย่อยยับ ซ้ำร้ายกว่านั้นวินาทีที่ SNB  แถลงการณ์ยังเล่นเอา feed FOREX ค้างไปเป็นชั่วโมงทำให้ปิด position กันไม่ได้อีกต่างหาก

Excel Market โบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่ของนิวซีแลนด์ถึงกับเจ๊ง เชื่อว่าน่าจะมีอีกหลายราย


 จากกราฟ 15 นาทีจะเห็นว่าราคาใช้เวลาร่วงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น น่ากลัวจริงๆ ครับ

กระทู้น่าสนใจที่เกี่ยวข้อง
http://pantip.com/topic/33110220
http://pantip.com/topic/33110384




Friday, January 09, 2015

ความทรงพลัง ของ Risk:Reward

“เข้าเทรดด้วย TP ที่ใหญ่กว่า stoploss มากๆ” 

ประโยคนี้มีการโพสต์กันอยู่ตลอดเวลา ผมเองก็ได้อ่านผ่านตามาหลายหน แต่ไม่เคยใส่ใจ

เป็นเวลานานกว่า 2 ปี ที่ผมเข้าเทรดด้วย Risk:Reward ไม่เกิน 1:2 หรือพูดกันตามจริงหลายๆ เทรด R:R ของผม อยู่ 0.5R เองด้วยซ้ำ ตัวอย่างไม่ต้องหาที่ไหนไกล ระบบ TMS ของผมเนี่ยแหละครับ


จริงอยู่ว่า TMS นั้นผมมีอัตราชนะสูงมาก แต่ทว่าด้วย Reward เฉลี่ยไม่ถึง 1 ทำให้การเทรดเสียครั้งนึงสามารถลบกำไรจากเทรดชนะได้ถึง 2-3 เทรด ต่อให้นานๆ แพ้สักที ก็ทำให้การตัดสินใจเข้าเทรดกลายเป็นเรื่องเครียดพอสมควร

The Tsunami Method

Tsunami เป็นกระทู้อายุสั้นบน Forex Factory ที่ทำให้ผมตาสว่างในประเด็นนี้ เจ้าของกระทู้สามารถทำเงินถึง 6 หลักได้ภายในเวลาไม่ถึงปีเท่านั้น ทั้งที่เดือนนึงเขาเทรดชนะแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น แต่เสียเป็นสิบ น่าเสียดายที่ จขกท ตัดสินใจลบกระทู้ไปเพราะก๊วนเทรดของเขาไม่พอใจที่เขานำความลับมาเปิดเผย แต่ไม่เป็นไรครับเพราะผมจำแนวคิดเขาได้ขึ้นใจทีเดียว...  ก่อนอื่นคิดว่าทุกคนคงรู้จัก 1-2-3 กันอยู่แล้ว


- จขกท รอจนกราฟทำ 1-2 ไม่รอ 3 ก็เปิดเทรดเลย ด้วย stop 5 pips + spread


- พอกราฟวิ่งสัก 6-7 pips เขาเลื่อนเป็นเท่าทุน
- แล้วก็ปล่อยมันไว้เฉยๆ 2-3 อาทิตย์มาเช็คใหม่

ปรากฏว่า เขาเทรดเสียรัวๆ 10 - 20 ที จนกระทั่งกำไรสักครั้งนึง... เขาได้กำไร ถึง 2000-3000 pips เพียงพอให้เขาเทรดเสียได้เป็นร้อยครั้งเลยทีเดียว

จะเห็นว่า อัตรา Risk:Reward สูงถึง 1:200 ทีเดียว เรียกว่าเทรดเสีย 100 ครั้งก็ยังกำไร

นอกจากนั้นการที่ stop เล็กก็ทำให้เทรดได้ lot ใหญ่ขึ้นด้วย
สมมุติเรายอมเสี่ยงต่อการเทรดครั้งละ $100

stop 100 pips เราเปิดเทรดได้แค่ 0.1 lot
stop 10 pips แปลว่าเราเปิดได้ถึง 1 lot เต็มๆ

กำไรมากกว่ากันถึง 10 เท่า เป็นแนวคิดง่ายๆ ที่ทรงพลังมากและผมได้นำมาปรับใช้ในการเทรดของผมทุกวันนี้ควบคู่ไปกับแนวคิด Market Maker หากมีโอกาสจะนำมาเล่าให้ฟังกันนะครับ

Tuesday, January 06, 2015

เทรดน้ำมัน XTI/USD ปลายปี 2014

ปลายปี 2014 ผมได้เปิดหูเปิดตากับแนวคิดใหม่ๆ มากมาย (พูดให้ถูกมันก็ไม่ได้ใหม่อะไร แต่ผมเพิ่งเก็ต)

รายละเอียดเพิ่มเติม - http://panupatforex.blogspot.com/p/market-maker-method.html

ซึ่งนี่เป็นเทรดแรกๆ ที่ผมประสบความสำเร็จในการนำแนวคิดเหล่านั้นมาใช้ ก็อยากเล่าสู่กันฟังครับ

XTI/USD หรือ น้ำมัน.... ผมเข้าเทรดทั้งหมด 2 รอบ

รอบแรกกำไรไม่มากนัก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เริ่มจากอเมริกากดราคาน้ำมันลงเพื่อกดดันรัสเซีย ต่อมาในวันเสาร์-อาทิตย์ OPEC ออกมาแถลงการณ์อีกว่าจะผลิตน้ำมันเท่าเดิม ไม่ลดกำลังผลิตลง ได้ยินอย่างนี้เราก็รู้แล้วว่าน้ำมันต้องลงแน่นอน และเปิดมาวันจันทร์มันก็ gap ลงดังภาพ


ถึงจะรู้ว่ามันจะลง แต่เราจะขายตรงนี้เลยรึเปล่า? ไม่ครับ เราอยากขายที่จุดสูงสุด ไม่ใช่ต่ำสุด ... และที่สำคัญ ก่อนที่เจ้ามือจะกดราคาลงได้ เขาก็ต้องล่อให้มีคน buy เยอะๆ เพื่อจะได้เปิด sell order ของตัวเองได้หมด

ในสถาการณ์อย่างนี้ หากตามข่าวสักหน่อยคงไม่มีใครอยาก buy หรอกครับ เจ้ามือก็คงต้องดันราคาให้สูงขึ้นพอสมควร ไม่งั้นกระทิงคงไม่ติดกับ


ดังภาพ ผมรอจนแท่งเทียนเหมือนจะกลับตัว ก็พยายามเข้าเทรดที่ปลายเลยเพื่อให้ได้ stop เล็กๆ


และผมเชื่อว่าเหล่าจิ้งจอกคงไม่อยากกดราคาลงทันทีครับ เขาอยากรวบรวม buy order ให้ได้เยอะๆ ก่อน ก็คงจะดันราคาขึ้นข้างบนล่อกระทิงเป็นรอบที่ 2

 

ดังนั้นพอราคามันแหย่เข้าไปใกล้ๆ high เดิม ผมก็เปิด sell เลย lot ใหญ่ที่สุดของผมฟลุคมาก เปิดได้ที่ปลายด้านบนพอดีเป๊ะ


จากภาพจะเห็นว่าผมใจร้อน+ประสบการณ์น้อย เลยปิดเทรดเร็วไป แต่ position บนสุด lot ใหญ่ที่สุด ทำให้เทรดนี้ได้มาสบายๆ 4R ครับ

หลังจากนั้นผมก็จะรอราคาย้อนกลับขึ้นข้างบนเพื่อ sell กลับลงไปอยู่เรื่อยๆ โดยไม่ได้เครียดว่ามันจะต้องกำไร... เพราะผมจะเลือกเทรดที่มีพื้นที่ให้เก็บ R ได้หลายเท่า แม้จะเสียบ้างก็สามารถทำคืนทีหลังได้
ทำท่าจะแตะ trend line ก็ sell เลย
ลงไป time frame สั้น หาโอกาส sell ซ้ำ ๆ
พอมีแท่ง pin เหมือนจะกลับตัว ผมก็ปิด 3 position โดยยังถือ position แรกสุดไว้
ทำท่าจะกลับตัวลงข้างล่าง ก็ sell อีก โดยเน้น stop สั้นเช่นเดิม
จนมี pin มาอีกแท่งนึง ก็ปิดครับ
เทรดนี้ได้มา เกือบ 20R หรือเกือบ 40%

ไว้จะทยอยลงเทรดอื่นๆ ให้ในโอกาสต่อไปนะครับ

Tuesday, November 04, 2014

TMS Part 5: TMA True

ใน Part 3 ผมเขียนเรื่องทิศทางที่ชัดเจนของกราฟไว้บ้างแล้ว
ในที่นี้เราจะมาดูการใช้เส้นกลาง TMA Mid Line เข้าช่วยในการตัดสินใจ

TMA Mid Line default จะมาเป็นเส้นประ
สิ่งที่เราสนใจดู คือราคาอยู่บน หรืออยู่ล่างเส้นนี้


โดยสิ่งที่ผมต้องการนั้น คือ
1. กราฟวิ่งทะลุไปด้านไปด้านหนึ่งก่อน
2. แล้วรอให้กราฟย้อนกลับมาหา Mid Line
3. แล้วจึงเข้าเทรด เมื่อกราฟเด้งออก ไปในทิศทางเดิม
ทั้งนี้ทั้งนั้น TDI ต้องไขว้ด้วยนะครับ


แต่ถ้าราคามันตัดกลับไปกลับมา แบบนี้ ผมจะไม่ยุ่งด้วย ผมไม่สนใจจะเสี่ยงจับ break out หรือ  reverse


ตัวอย่างครับ กราฟนี้ ผมถือว่าไม่มีทิศทางชัดเจน ราคาแกว่งไปมารอบๆ Mid Line
แม้จะมีการไขว้เกิดขึ้นผมก็ไม่สนใจ
ไขว้สวยซะด้วยนะครับ ระดับดี แดงเหลืองไปในทิศทางเดียวกัน


ผมจะรอ จนกว่าจะเกิด 1 คือ ราคาจะทะลุไปทิศทางใดทิศทางนึงอย่างชัดเจน


แล้วเกิด 2 ราคาย้อนกลับมาหาเส้นกลาง แล้วถึงจะรอเทรดเมื่อราคาเด้งออก
ไม่จำเป็นต้องกลางเป๊ะๆ อาจจะห่างด้านบนหน่อย หรือทะลุลงล่างหน่อย ไม่เป็นไร


อีกข้อหนึ่งที่เกริ่นไปหน่อย สัญญาณกลับตัว
ซึ่งก็มีวิธีเข้าของมันอยู่ แต่ผมถือว่าเป็นการเทรดที่ความเสี่ยงสูง
หากจะเล่นแบบปลอดภัย ก็อย่าสนใจมันจะดีกว่า

ตัวอย่างครับ
X 2 อันแรก เป็นการกลับตัว ข้ามไปแล้วรอให้ราคาแสดงทิศทางชัดเจนก่อนดีกว่า
X อันที่สาม แท่งสัญญาณมันเล็กจิ๋วเกินไป ไม่ควรเข้า
อันที่สวย คืออันสุดท้ายที่ผมมาร์กไว้เท่านั้น


มาดูตัวอย่าง เทรดบางส่วนของผมในเดือนตุลาคม
ลองสังเกตดูนะครับว่าตรงกับที่ผมอธิบายมาไหม



ก็มีเท่านี้ครับ หวังว่าจะมีประโยชน์ครับ :)

ยังไม่รู้ว่าจะมี Part 6 รึเปล่า ผมขอแปะเผื่อไว้ก่อนละกันครับ

Next> Part 6
Back> กลับหน้าสารบัญ